ตั้งครรภ์ไตรมาสแรก คุณแม่ตั้งครรภ์ 1-3 เดือน

ตั้งครรภ์ไตรมาสแรก ในช่วงท้องไตรมาสแรก (สัปดาห์ที่ 1-13 หรือประมาณ 3 เดือนแรก) คุณแม่ตั้งครรภ์อาจจะยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังจะมีน้อง เพราะบางคนอาจไม่มีอาการแสดงออก หรือไม่มีอาการแพ้ใดๆ เรามาดูวิธีสังเกตอาการ และการรับมือของคุณแม่ตั้งครรภ์ในไตรมาสแรกกันค่ะ

สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์ในระยะแรก

สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์ในระยะแรก สังเกตง่ายๆเลยคือความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย จะรู้สึกอ่อนเพลียง่าย หมดแรง อยากนอนมากขึ้น ปวดปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ เพราะปริมาณเลือดหล่อเลี้ยงบริเวณมดลูกมากขึ้น ทำให้ไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ มีอาการคัดตึงเต้านม ความรู้สึกไวมากกว่าปกติ อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย อ่อนไหว น้ำตาไหลง่าย รู้สึกคลื่นไส้แพ้ท้อง บางคนอาจจะมีอาการตลอดทั้งวันเลยค่ะ

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีอาการแพ้ท้อง

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีอาการแพ้ท้อง ทานอาหารไม่ค่อยได้ ควรแบ่งมื้ออาหารออกเป็นมื้อย่อย ทานอาหารครั้งละน้อยๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับอาหารเพียงพอ อย่าปล่อยให้ท้องว่างนะคะ เพราะจะทำให้ยิ่งคลื่นไส้เข้าไปใหญ่ ควรหลีกเลี่ยงของมันๆ กลิ่นแรงๆ แต่อย่างไรก็ตามอาการแพ้ท้องจะหายไปเองในช่วงไตรมาสสองค่ะ

ทารกน้อยจะเริ่มมีพัฒนาการตั้งแต่สัปดาห์ที่สองของการตั้งครรภ์

ทารกน้อยจะเริ่มมีพัฒนาการตั้งแต่สัปดาห์ที่สองของการตั้งครรภ์ โดยจะเริ่มมีการปฏิสนธิ และจะเคลื่อนตัวไปที่มดลูก ในขณะที่ตัวอ่อนฝังอยู่ในเยื่อบุมดลูก จะมีการทำลายเนื้อเยื่อและเส้นเลือด ทำให้เลือดไหลออกมาเล็กน้อย

คุณแม่จะได้ฟังเสียงหัวใจเต้นของลูกน้อย

คุณแม่จะได้ฟังเสียงหัวใจเต้นของลูกน้อย ผ่านการอัลตร้าซาวด์ได้ในสัปดาห์ที่ห้า เริ่มมีดวงตาและหู มีเนื้อเยื่อที่กำลังจะกลายเป็นแขนและขา ตัวอ่อนจะเติบโตอย่างสมบูรณ์ในสัปดาห์ที่ 12 มีกระดูกอ่อนๆ มีเส้นผมและขนบางๆขึ้นปกคลุมทั่วร่างกาย ในช่วงนี้มดลูกของคุณแม่จะเริ่มดันพ้นอุ้งเชิงกราน และหน้าท้องยื่นออกมาบริเวณใต้สะดือ คนอื่นๆอาจจะยังไม่สังเกตเห็น แต่คุณแม่จะเริ่มรู้ตัวเองแล้วค่ะ

คุณแม่ตั้งครรภ์จะมีความต้องการสารอาหารแตกต่างกันไป

คุณแม่ตั้งครรภ์จะมีความต้องการสารอาหารแตกต่างกันไปตามช่วงอายุครรภ์ แต่ในช่วงแรกอาจจะรู้สึกเบื่ออาหาร แพ้ท้อง ทำให้ทานอาหารเข้าไปแล้วอาเจียนอยู่บ่อยๆ อาจจะทำให้น้ำหนักตัวลดลงไปบ้าง ให้เน้นรับประทานอาหารกลุ่มโปรตีนจากเนื้อสัตว์ และเกลือแร่ ควบคู่กับการดื่มนมรสจืด 2-3 แก้วทุกวัน เพื่อให้ได้รับสารอาหารให้ครบถ้วนเพียงพอ สำหรับการเจริญเติบโตของลูกในครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารหมักดอง กาแฟ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และบุหรี่

ภาวะแทรกซ้อนในคุณแม่ตั้งครรภ์

ในช่วงแรกอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนในคุณแม่ตั้งครรภ์ ซึ่งบางอย่างอาจจะไม่สามารถป้องกันได้ การทานอาหารที่มีประโยชน์ ทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด ก็อาจจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ได้

ข้อควรระวังสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์มือใหม่

ข้อควรระวังสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์มือใหม่ ในช่วงแรกคุณแม่บางรายอาจเสี่ยงเผชิญปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายหรืออารมณ์ จนเป็นอันตรายต่อตนเอง และทารกในครรภ์ได้ โดยภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในการตั้งครรภ์ช่วงแรกคืออาการแท้งลูก เป็นการสูญเสียทารกในครรภ์ขณะเป็นตัวอ่อน มักมีสาเหตุมาจากความผิดปกติทางโครโมโซมของทารก เนื่องจากเซลล์ไข่หรือเซลล์อสุจิมีความผิดปกติ หรือเกิดปัญหาระหว่างกระบวนการแบ่งตัวของตัวอ่อนเอง แต่การแท้งก็อาจเกิดจากปัญหาสุขภาพของคุณแม่ได้ ทั้งจากการติดเชื้อหรือความผิดปกติของมดลูก รวมถึงผู้เป็นคุณแม่ตั้งครรภ์ขณะอายุมาก โดยมีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป หรือมีโรคประจำตัว

การท้องนอกมดลูก

การท้องนอกมดลูก เกิดขึ้นเมื่อไข่ที่ปฏิสนธิแล้วไม่สามารถเคลื่อนตัวไปยังมดลูกได้ จึงมักฝังตัวบริเวณท่อนำไข่หรือในบริเวณอื่นๆ เช่น รังไข่ ปากมดลูก หรือในช่องท้องส่วนอื่นๆ ซึ่งทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถเจริญเติบโตเป็นทารกต่อไปได้

โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องการธาตุเหล็กมากกว่าปกติ เพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดงซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของรก และการเจริญเติบโตของเด็กในครรภ์ และเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการคลอดด้วย

อาการผิดปกติ ของคนท้อง

อย่างไรก็ตามหากมีอาการผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นปวดเกร็งช่องท้อง อ่อนเพลียมากๆ หน้ามืด เป็นลม วิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง มีเลือดสีน้ำตาลเข้มหรือสีแดงสดไหลออกจากช่องคลอด คุณแม่ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วนเลยนะคะ เพื่อจัดการกับปัญหาสุขภาพที่มี รับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และส่งเสริมสุขภาพที่ดีของทั้งคุณแม่เองและทารกในครรภ์ด้วย